[SF] If It’s Not You~ [Sp.Chapter: He’s PLAYBOY !!]

posted on 10 Jan 2012 18:39 by kiminz  in ShortFix  directory Fiction, Asian
 
 
 
 
Title :   If It’s Not You ~  [ Sp.Chapter : He’s PLAYBOY !! ]   
Date :  8/01/2012
Pairing : Kibum x Donghae [KiHae]
Author : kimin’z
Author Note :  เป็นฟิคซี่รีย์จบในตอนที่ต่อมาจาก If it’s not you ภาคแรกนะคะ
Soundtracks :  ที่รัก – ปราโมทย์  [~ฟัง~]
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความรักที่เรียบง่ายค่อยๆเดินหน้าไปอย่างช้าๆ
แม้จะค่อยๆย่างก้าวแต่เป็นทุกๆก้าวที่มั่นคง...  









ผ่านมาได้สองเดือนกว่าแล้วที่คิบอมกับทงเฮเริ่มคบกันในฐานะ “แฟน” อย่างจริงจัง ความรักของพวกเขายังคงราบรื่นกันดีเพราะต่างฝ่ายก็ต่างเข้าใจซึ่งกันและ กัน  

วันนี้คิบอมพาทงเฮมาที่คอนโดของเขาหลังจากที่ปกติจะเป็นฝ่ายเขาเองที่ชอบไปคลุกตัวเป็นภาระอยู่ที่ห้องทงเฮมากกว่า
“อ่า..ห้องฉันรกหน่อยนะทงเฮ ขอโทษที”  

คิบอมหันมาบอกด้วยท่าทางเก้ๆกังๆระหว่างที่เดินนำทงเฮเข้ามาด้านใน  คอนโด ของคิบอมจัดได้ว่าหรูกว่าห้องของทงเฮมากทีเดียว นั่นเพราะฐานะทางบ้านของเขาค่อนข้างดีและครอบครัวตามใจ ผู้ชายรักอิสระจึงทำอะไรได้ตามใจชอบ มาซื้อคอนโดเอาไว้เพื่อจะได้ใช้ชีวิตของชายโสดได้เต็มที่ หากแต่หลังๆก็ไม่ค่อยจะได้กลับเข้ามาพักสักเท่าไหร่นัก คงเพราะมัวแต่ตัวติดอยู่กับทงเฮ และยังต้องแบ่งเวลากลับไปหาครอบครัวบ้างเป็นครั้งคราว

“ไม่เป็นไรหรอกน่า นานๆทีจะได้แวะมาคอนโดคิบอมบ้างไง”
ทงเฮหันมาพูดยิ้มๆ แล้วก็มองสำรวจห้องของคิบอมไปเรื่อยๆก่อนจะมานั่งอยู่ตรงโซฟาสีดำสนิทตัดกับ สีพื้นห้องที่ออกโทนสีขาวเทา แสดงให้เห็นถึงรสนิยมของเจ้าของได้ดีว่าเป็นอย่างไร ซึ่งมันก็ดูจะเหมาะกับคิบอมจริงๆนั่นแหละ

เมื่อทงเฮนั่งพักอยู่ครู่หนึ่งคิบอมก็เดินออกจากครัวพร้อมน้ำผลไม้จะกระป๋อง ยื่นให้ร่างเล็ก ทงเฮรับมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆที่ส่งให้  จากนั้นคิบอมก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ทงเฮ และก็ยังไม่ลืมที่จะถือโอกาสโอบเอวบางเอาไว้อีกด้วย

“แต่ที่จริงฉันก็ไม่ค่อยกลับมาอยู่เท่าไหร่หรอกนะเนี่ย..สภาพมันถึงแย่แบบ นี้ไง”  คิบอมพูดพลางมองไปรอบๆห้อง ที่ดูรกสมกับเป็นผู้ชายเพลย์บอย ทงเฮมองตามไปแล้วหันมายิ้มให้คิบอมด้วยแววตาขี้เล่นภายใต้แว่นกรอบหนา

“นั่นสิ...ดูแย่ๆจริงด้วย ฮ่าๆ”

“อ่า..ทงเฮ อย่ามาหัวเราะสิ” เมื่อเห็นว่าทงเฮทำเป็นหัวเราะชอบใจ พลางมองสภาพห้องที่เจ้าตัวไว้รกไปหมด ไหนจะเสื้อผ้าที่กองเอาไว้ยังไม่ได้ซัก เศษผงฝุ่นละอองก็เต็มห้อง มันดูแย่มากจริงๆเสียด้วย..

“เอางี้ดีกว่า  ฉันช่วยเก็บของให้นะ” ว่าแล้วทงเฮก็หันกลับมาพูดด้วยรอยยิ้มหวานๆ อย่างเต็มใจ หากแต่มันกลับทำให้คิบอมต้องเลิกคิ้วสูงแล้วรีบสวนกลับด้วยท่าทางเกรงใจ

“เอ๊ย...มันจะดีหรอ  รบกวนทงเฮเปล่าๆ  เดี๋ยวฉันโทรเรียกแม่บ้านมาทำก็ได้ แปปเดียวก็เสร็จ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า  ปกติที่ห้องฉันก็ทำเองได้สบายๆอยู่แล้ว”

“.....”

“และอีกอย่าง...ฉันก็อยากทำให้คิบอมเอง มากกว่าปล่อยให้คนอื่นมาทำนะ”

แล้วสุดท้ายท่าทางเขินอายในระหว่างที่พูด พร้อมทั้งยังทำกัดปากด้วยท่าทางน่ารักที่แม้จะไม่ยอมหันมาสบตาแต่คิบอมก็รู้ ว่าแก้มทงเฮกำลังเป็นสีชมพูอ่อนๆ เพราะคำพูดแสดงความเอาใจใส่อีกทั้งยังไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายกับห้องของคน รัก ก็กำลังทำให้คิบอมพอใจมากจนยิ้มหน้าบาน พร้อมทั้งดึงร่างเล็กเข้ามากอดและหอมแก้มเบาๆหนึ่งที่อย่างเอาใจ

“อื้ม~  ทำตัวน่ารักอีกแล้วนะทงเฮอ่า~  เป็นซะแบบนี้แล้วฉันจะไปขัดได้ยังไงล่ะ  ถ้างั้นก็รบกวนด้วยนะครับคนดี”  

แล้วก็กลายเป็นว่าทั้งสองคนกำลังช่วยกันทำความสะอาดห้องอย่างขะมักเขม้น แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้จริงจังซะทีเดียว เพราะระหว่างทำไปคิบอมก็จะคอยแกล้งแหย่แล้วก็กวนทงเฮอยู่เสมอ บรรยากาศภายในห้องจึงกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น และเสียงหยอกล้อหัวเราะคิกคักของคนรักกัน

จนเมื่อทำความสะอาดด้านนอกหมดแล้ว ตอนนี้ทงเฮจึงจะเข้ามาทำความสะอาดในห้องนอนคิบอมต่อ ร่างเล็กเดินเข้ามาเปิดผ้าม่านออกเพื่อให้แสงสว่างส่องผ่านเข้ามาภายในห้อง ที่ถูกปิดทึบไว้ ร่างเล็กได้แต่คิดในใจว่าคิบอมคงเอาห้องนี้ไว้นอนอย่างเดียวจริงๆล่ะมั้ง เพราะดูจากผ้าม่านที่ปิดไว้ เหมือนกับว่าน้อยครั้งนักที่มันจะถูกเปิดออกมารับแสงแดดในยามเที่ยงๆเช่นนี้

ร่างเล็กยืนพิงกระจกใสแล้วมองไปด้านนอก จากตัวห้องของคิบอมสามารถเห็นวิวริมแม่น้ำได้เป็นอย่างดี หากว่าเป็นยามค่ำคืนคงจะดูโรแมนติกไม่น้อยเลย  ทงเฮยืนยิ้มให้กับความคิดตัว เองอยู่ครู่หนึ่งจนสัมผัสได้ว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามายืนซ้อนจากด้านหลังแล้ว สอดมือเข้ามากอดที่เอวบาง ก่อนจะก้มตัวลงมาคลอเคลียอยู่ที่ไหล่บางอย่างอ้อนๆเหมือนที่ชอบทำจนติดเป็น นิสัย

“ทงเฮชอบที่นี่มั้ย?”  คิบอมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อมองเห็นว่าร่างเล็กดูจะชอบใจกับวิวด้านนอกของคอนโดนี้มากทีเดียว  ส่วน คนถูกถามก็หันมายิ้มหวานให้อย่างเอาใจ

“อืม..ชอบสิ  ตอนกลางคืนคงจะบรรยากาศดีเนอะ”

“ใช่เลยล่ะ  มองลงไปเห็นแม่น้ำพอดี แสงไฟจากตึกตรงข้ามก็กระทบพื้นน้ำ สวยมากเลยแหละ”  พอเห็นว่าทงเฮดูจะชอบใจ คิบอมจึงพูดเสริมยกใหญ่ด้วยท่าทางตื่นเต้น จนทงเฮต้องยิ้มตามไปด้วย

“......”

“ถ้าทงเฮชอบ...งั้นย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกันดีมั้ยล่ะ” และก็ทิ้งท้ายด้วยการพูดเข้าทาง ด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ หากแต่ทงเฮกลับไม่ยอมใจอ่อนตามไปด้วย เพราะร่างเล็กหันตัวออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“อ่า..จะบ้าหรอ  ไม่เอาหรอก ฉันอยู่แบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว เกรงใจคิบอมเปล่าๆ”  ไม่ใช่ว่ารังเกียจอะไร แต่ด้วยนิสัยขี้เกรงใจจึงทำให้ทงเฮไม่อยากจะรบกวนอะไรมากนัก อีกทั้งอยู่ที่เดิมก็สะดวกดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็คงไม่ได้จำเป็นต้องย้ายมาอยู่ที่นี่หรอกมั้ง...

“แต่ว่า...” พอรู้ตัวว่าถูกปฏิเสธ คิบอมก็หน้าหงอยลงทันที แม้จะทำเป็นพูดเสียงอ่อยๆแต่ทงเฮก็ดูจะไม่กลับคำแต่อย่างใด

“อืม...ฉันหิวแล้วล่ะ  รีบๆเก็บห้องนี้แล้วไปหาอะไรกินกันเถอะนะ”  ว่าแล้ว ก็รีบพูดเปลี่ยนเรื่อง แล้วเดินเลี่ยงกลับมาเข้ามาในห้องเพื่อมาเก็บของตรงเตียงนอน

“โอเคๆ  ถ้างั้นก็ตามใจ” ส่วนคิบอมก็ต้องยอมรับสถานการณ์แล้วเดินตามมาอย่างว่างาย  

แต่ระหว่างที่ทงเฮกำลังจะเดินใกล้เข้ามาตรงเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ผ้าปู เตียงยับยู่ยี่ เท้าเล็กก็ไปเตะเข้ากับอะไรบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้น ร่างเล็กก้มลงเก็บแล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามันคือ...





กล่อง DVD หนัง AV ที่มีสาวสวยสไตล์ญี่ปุ่นอกอึ๋ม อวดท้วงท่าเซ็กซี่อยู่บนหน้าปก!!






ทงเฮอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วพลางหยิบขึ้นมาถือไว้ในมือพร้อมทั้งหันมาหาคิบอมที่ยืนอยู่ด้านหลัง  

“เอ่อ...คะ..คิบอม..คงชอบแบบนี้สินะ”  แล้วท่าทางนิ่งๆที่เอ่ยถามไปเช่นนั้น ก็ทำเอาคิบอมถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นสิ่งที่ทงเฮถืออยู่ในมือ

“เฮ๊ย..คือ  มันไม่ใช่นะทงเฮ..ก็เอ่อ...คือ..”  

แม้อยากจะแก้ตัวแต่ก็คิดอะไรไม่ออก ตอนนี้คิบอมจึงเป็นดั่งคนที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้อย่างไงอย่างงั้น เพราะเจ้าตัวกำลังลุกลี้ลุกลนจนไม่เป็นตัวเอง  เขารีบคว้าแผ่น DVD จากมือทงเฮคืนมาแล้วมองร่างเล็กที่ยืนก้มหน้าด้วยสีหน้าที่ดูแปลกไปจนคิบอ มเริ่มจะใจไม่ดี  

“ช่างเถอะ...มันก็เรื่องปกติของ...ผู้ชายแบบคิบอมนี่หน่า” ทงเฮพูดเสียงอ่อยๆในระหว่างที่กำลังก้มหน้าแล้วทำทีจะเดินไปตรงมุมอื่น และท่าทางเช่นนั้นกับคำพูดเมื่อครู่กลับยิ่งทำให้คิบอมคิดหนัก!


เพราะคำว่า “ผู้ชายแบบคิบอม” ทำเอาคนถูกกล่าวหาถึงกับหน้าซีด เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ทงเฮกำลังมองเขาเป็นผู้ชายแบบไหนไปแล้วกันเนี่ยยยยยยยยยย!!!!????  



ระหว่างที่คิบอมยังคงลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูกอยากจะแก้ตัวเพื่อไม่ให้ทงเฮ คิดอะไรผิดๆก็พูดไม่ออก จนตอนนี้ทงเฮต้องทำเป็นเลี่ยงเดินหนี แต่แล้วก็เหมือนกับซวยซ้ำซวยซ้อนเมื่อโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างเตียง ดันมีกล่องถุงยางอนามัยวางอยู่อย่างเปิดเผย เพื่อใช้งานได้อย่างสะดวกและทันเวลา..?  

ทงเฮเหลือบเห็นแต่ก็ไม่กล้าทำอะไร ตอนนี้ร่างเล็กได้แต่นิ่งไปราวกับรวบรวมสติและเก็บอารมณ์ ก่อนจะถอนหายใจหนึ่งทีแล้วหันมาพูดกับคิบอมด้วยท่าทางนิ่งเฉย จนคิบอมต้องเลิกคิ้วสงสัยในท่าทีที่ดูแปลกไป

“ฉันว่า..ของในห้องคิบอม   คิบอมก็ควรจะจัดการเองดีกว่านะ”

“.....”

“ฉันขอออกไปรอข้างนอนละกัน”



“เอ่อ...เดี๋ยวสิทงเฮ...”



คิบอมเอ่ยเรียกอย่างไม่เข้าใจกับท่าทางแบบนั้น  แต่ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ ยอมหยุดเดินก่อนจะหายออกไปจากห้องในที่สุด  แล้วก็ทิ้งให้คิบอมต้องยืนเกา หัวอย่างงงๆ ก่อนจะพบว่าบนหัวตัวเองนั่นมันกำลังจะมีเขางอกออกมาแล้วววววววววว!!

“โอ๊ยยย..ไอ้ควายเอ๊ยยย!!  แม่งมาวางเอาไว้ตรงนี้ได้ไงวะกู  ชิบหายแล้วมั้ย  ป่านนี้ทงเฮเข้าใจผิดไปไหนแล้วเนี่ย  เวรจริงๆกู!!”



เพราะคิบอมเพิ่งจะมองเห็นว่าตัวเองเผลอวางกล่องถุงวางเอาไว้อย่างน่าเกลียด แถมมันอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เขาเองก็ยังจำไม่ได้เพราะเมื่อมีทงเฮเข้า มาเขาเองก็ไม่เคยพาใครเข้ามาที่ห้องอีกเลย  แต่จะให้ไปอธิบายอะไรกับทงเฮตอน นี้ก็คงจะฟังไม่ขึ้นซะแล้วสิ ในเมื่ออะไรมันชัดเจนขนาดนี้  กะอิแค่หนัง AV ยังพอให้อภัยได้ แต่ถุงยางที่วางไว้อย่างล่อแหลมแบบนี้ มันคงจะดูแย่เกินไปหน่อยล่ะมั้ง...




งานจะเข้าคิบอมก็คราวนี้แหละว้า!!~~



.

.

..



หลังจากที่ทงเฮเดินหนีออกมาจากห้องเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ พอคิบอมตามออกไปเพื่อคิดจะอธิบายอะไรให้อีกฝ่ายสบายใจ ก็กลายเป็นว่าทงเฮดูจะเปลี่ยนเรื่องคุยราวกับไม่ได้ค้างคาใจอะไร จนคิบอมเองก็ไม่กล้าพูดออกไป หากแต่ท่าทางที่ดูเฉยเมยจนน่าแปลกใจยังคงทำให้คิบอมต้องเก็บเอามาคิดจน ได้...

และอาการคิดมากของเขาก็ยังคงติดค้างมาจนถึงตอนนี้ เพราะใบหน้าเพื่อนสุดหล่อของคยูฮยอนกับชางมินในวันนี้ กำลังซังกะตายจนไม่ได้เหลือคราบหนุ่มฮอตไปแล้วน่ะสิ

“เอ๊ย...ทำไมทำหน้าเป็นหมาเหงาแบบนั้นวะมึง”  คยูฮยอนเอ่ยทักเมื่อเห็นว่า คิบอมกำลังเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเซ็งๆ ซึ่งเท่าที่จำได้ตั้งแต่มีความสุขกับทงเฮดี มันก็ไม่ทำหน้าแบบนี้มานานแล้วนี่หน่า

“แล้วทงเฮไปไหนซะล่ะ  วันนี้ไม่ได้มาด้วยกันหรอ?” ชางมินถามต่อ จากนั้นคิบอมก็นั่งลงที่โต๊ะตรงข้ามกับทั้งคู่

“เออ...เขาออกมาก่อนตั้งแต่เช้าแล้ว  กูบอกจะไปรับ เขาก็ยังจะมาเอง” คิบอมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆผ่านใบหน้าบูดๆ หากแต่คนเพื่อนกลับไม่ได้รู้สึกเห็นใจแถมยังหัวเราะชอบใจเชิงล้อเลียนอีก ต่างหาก

“อ่อ...มึงก็เลยหน้าเป็นตูดมาแบบนี้นี่เอง ฮ่าๆ” คยูฮยอนพูดขึ้นก่อนที่ชางมินจะเสริมต่อด้วยอีกคน

“ทะเลาะกันว่างั้น  เอาน่าๆ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนรักกัน ฮ่าๆ”

“มันไม่ใช่แบบนั้นอ่ะดิวะ  กูถึงเซ็งนี่ไง ทงเฮเค้าไม่มาทะเลาะรุนแรงให้เห็นหรอก แต่ที่เป็นอยู่นี่มันยิ่งกว่าทะเลาะกันไปเลยซะอีกนะ  เฮ้อ..”
จากเดิมที่หวังจะแกล้งแซวด้วยความหมั่นไส้ที่ระยะหลังทำตัวมีความสุขเกิน หน้าเกินตา แต่พอเจอคิบอมโหมดนี้เข้าไป ทำเอาทั้งคยูฮยอนและชางมินต้องหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความแปลกใจ กับท่าทางซีเรียสๆของเพื่อนซี้

“อ้าว..แล้วไงวะ” ชางมินเอ่ยถามขึ้นพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ก็เมื่อวานกูพาเขาไปที่ห้องกูมาไง  แล้วดันซวย เพราะทงเฮเจอหนัง AV ที่กูเก็บไว้ในห้องอ่ะดิ” คิบอมเล่าเรื่องให้เพื่อนฟังด้วยใบหน้าจริงจัง

“โหยย....ก็ไม่เห็นแปลกว่ะ ห้องผู้ชายโสดมีหนังโป๊ะไว้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว  ไม่แปลกนี่หว่า” คยูฮยอนตบเข่าฉาดเมื่อได้ยินประเด็นที่เพื่อนกล่าว หากแต่คิบอมก็ยังมีสีหน้าหงุดหงิดแล้วพูดต่อ

“เหอๆ...มันไม่ใช่แค่นั้นดิวะ  กูแม่งเสือกวางถุงยางเอาไว้แถวนั้นพอดีอีก  ซวยชิบหายเลย!”

“อ้าว..เวรละทีนี้!  โง่จริงๆเลยมึงนี่  รู้ว่าเขาจะไปทำไมไม่เก็บไว้ดีๆวะ” เป็นชางมินที่พูดเสริมขึ้นมาพลางส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอาเพื่อนตัวเองที่ ทำอะไรไม่รอบคอบเอาเสียเลย

“ก็กูไม่ได้กลับไปนานแล้วนี่หว่า จะไปรู้ได้ไงว่าวางอะไรไว้ตรงไหนบ้าง แล้วอีกอย่างกูก็ไม่ได้พาใครไปนอนเลยนะเว๊ย ตั้งแต่มีทงเฮอ่ะ” คิบอมเถียงกลับด้วยใบหน้าจริงจัง จนเพื่อนๆอดแซวไม่ได้

“อ่อหรอๆ  พ่อคนดี ...แต่งานนี้พ่อคนดีพลาดท่าไปนึดนึงนะ ฮ่าๆ” คยูฮยอนเอ่ยแซวด้วยท่าทางชอบใจ และมันยิ่งทำให้คิบอมเซ็งเข้าไปใหญ่

“พอเลยมึง  ไม่ช่วยกูแล้วเสือกมาซ้ำเติมอีก”

“แล้วตกลงนี่ยังไงต่อวะ  ทงเฮงอนหรอ?” เมื่อเห็นท่าทางเพื่อนยังไม่เลิกทำตัวน่าสงสารชางมินเลยถามต่อ และคิบอมทำท่านึกอยู่ครู่นึงจึงพูดขึ้น

“อืม...ก็ไม่เชิงอ่ะ”  

“ยังไง” ชางมินถามย้ำ

“เขาก็แค่เงียบๆไป ไม่ได้โวยวายหรือโกรธอะไรกู” คิบอมตอบด้วยท่าทางเรียบๆ จนทำให้คยูฮยอนต้องสวนกลับอย่างไม่เข้าใจว่าจะคิดมากไปเพื่อ??

“อ้าว..ก็ดีแล้วนี่”  คยูฮยอนทำสีหน้าไม่ใส่ใจในขณะที่เพื่อนกำลังกำลังเครียด จนคิบอมทนไม่ได้ต้องรีบโวยวายกลับไปอย่างหงุดหงิด

“ดีห่าไรวะ  ยิ่งเขานิ่งๆแบบนี้  กูว่าน่ากลัวยิ่งกว่าคนที่ด่ากูตรงๆ อีก...ไม่รู้ป่านนี้คิดอะไรไปบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่พอกูถามเขาก็ไม่พูด เฮ้อ..”

“มึงอย่าคิดมากไปเลย บางทีที่เขาเฉยๆอาจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องของมึงก้ได้นะ” คยูฮยอนทำเป็นตบบ่าเชิงให้กำลังใจ แล้วคำพูดปลอบใจก็ทำให้คิบอมต้องหันมาจ้องหน้าแล้วเลิกคิ้วสงสัย

“ทำไม..?”

“เอ้า..เพราะเขาเองก็คงแอบพาใครมานอนตอนมึงไม่อยู่เหมือนกันไงวะ  แฟร์ๆ งี้  เก็ทป่ะ  ฮ่าๆๆๆๆ”  ว่าแล้วก็พากันหัวเราะชอบใจที่ได้ทับถมซ้ำเติมความ ช้ำของเพื่อน จนคิบอมต้องทำหน้าหงิกแล้วหันมาเหวี่ยงใส่

“เชี่ย!..กวนตีนแล้วนะมึง!!”

แล้วก็เป็นชางมินที่ทนเห็นคิบอมทำหน้าหงอยไม่ไหวจนต้องเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง

“ฮ่าๆ...เอาน่าๆ  มึงก็อย่าเพิ่งคิดมากไปเองเลย  รอดูเขาไปก่อน  หรือไม่ งั้นก็....ลองทำตัวดีๆให้เขาเชื่อใจแล้วก็หาโอกาสพูดกับเขาดิว่ามึงเลิกทำ ตัวแบบเดิมแล้ว ทงเฮจะได้ไม่ต้องคิดมาก”

“อะโห...มึงนี่พูดดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ ฮ่าๆ” คยูฮยอนพูดเสริมพลางหัวเราะชอบใจอย่างขี้เล่น

“อืม...ก็จริงของมึง”  คิบอมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย พลางใช้ความคิด แต่ชางมินก็ยังไม่วายพูดเสริมต่อเพราะรู้จักนิสัยของเพื่อนตัวเองดี

“แต่ต่อไปมันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวมึงแล้วล่ะ...ว่าจะทำตัวดีให้เขาไว้ใจได้หรือเปล่า  ฮ่าๆ”

แล้วพอโดนตอกย้ำไปอีกระลอก คิบอมก็ทำกลับมาทำหน้าเหวี่ยงอีกครั้งเมื่อเพื่อนทั้งสองยังคงเอาแต่ล้อ เลียนไม่เลิก หากแต่ภายในใจก็กำลังคิดหาทางทำให้ทงเฮเชื่อใจเขาไปด้วย...




.

.

..

ทางด้านของทงเฮที่เป็นฝ่ายนิ่งเฉยและไม่แสดงออกอะไรออกมา หากแต่แท้จริงแล้วก็เก็บเรื่องของคิบอมมาคิดเช่นกัน เพราะท่าทางเหม่อลอยในตอนนี้กำลังสร้างความแปลกใจให้เพื่อนสนิทอย่างฮยอกแจ มากทีเดียว

“นี่ๆ..ทงเฮ  เป็นอะไรไป ทำไมวันนี้ดูเหม่อๆล่ะ”  ว่าแล้วก็สะกิดเพื่อนรักที่ทำเป็นนั่งอ่านหนังสือ เรียน แต่ดวงตากลมภายใต้แว่นตากรอบหนากลับล่องลอยไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้  

“อ่า..งั้นหรอ” แต่คนถูกทักก็ดูเหมือนจะไม่ได้รู้สึกตัว เพราะทงเฮยังทำหน้างงๆราวกับไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นอะไรไป แล้วใบหน้าเหว่อๆ ก็ยิ่งทำให้คนเป็นเพื่อนต้องเป็นห่วงไปใหญ่

“ก็ใช่น่ะสิ!  …ทงเฮนั่งเหม่อมาตั้งนานแล้วนะ  วันนี้ดูไม่มีสมาธิเลย  มี เรื่องอะไรไม่ได้สบายใจหรือเปล่า  บอกฉันได้นะ” ฮยอกแจพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำให้ทงเฮต้องถอนหายใจก่อนจะมองหน้าเพื่อนอย่างลังเลที่จะพูด

“เอ่อ...มันก็มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะ”  แล้วสุดท้ายก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำ เสียงอ้อมแอ้ม พลางขยับแว่นตาอย่างเก้ๆกังๆ  ส่วนฮยอกแจก็ได้แต่ขมวดคิ้วรอฟัง

“หืม?”

“คือ...เมื่อวานฉันไปที่ห้องแฟนมาน่ะ”  พอพูดถึงคำว่า “แฟน” ทงเฮก็งุดหน้าหลบอย่างอัติโนมัติด้วยท่าทางเขินๆที่ยังไม่ค่อยชินสักที แล้วท่าทางเช่นนั้นก็ทำให้ต้องถูกเพื่อนล้อชื่อแฟนจนได้  

“คิบอมน่ะหรอ?”

“ก็ใช่นะสิ...จะเป็นใครได้อีกเล่า~” ทงเฮเถียงกลับเมื่อถูกถามย้ำ แต่ท่าทางเขินอายที่น่ารักก็ยิ่งทำให้ฮยอกแจหัวเราะชอบใจกับเพื่อนขี้อายคน นี้

“ฮ่าๆ..แล้วไงต่อ”

“ก็...ฉันดันไปเจอหนัง AV อยู่ในห้องนอนเขา” พูดจบก็เริ่มทำหน้าบูดๆ แต่ฮยอกแจกลับไม่ได้ใส่ใจด้วย แถมยังพูดสวนด้วยท่าทางชิลๆอีกต่างหาก

“ก็แค่หนังโป๊นี่หน่า..”

“แต่ว่าในห้องมันมีถุงยางอยู่แถวๆหัวเตียงด้วยน่ะสิ!”

“ห๊า..!!”  แล้วคราวนี้ก็เป็นฮยอกแจที่ทำสะดุ้งจนตาโตอย่างเข้าใจเหตุผลดีว่าทำไมทงเฮถึงทำหน้าหงอยเช่นนั้น

“....”

“อืม...เพราะแบบนี้ใช่มั้ย ทงเฮก็เลยคิดมากน่ะ”

“อืมๆ” ทงเฮพยักหน้ารับ

“แต่ที่จริงคิบอมก็ดูเป็นผู้ชายเจ้าชู้อยู่แล้ว  มันคงจะเป็นเรื่องปกติล่ะ มั้ง”  ฮยอกแจพูดต่อไปตามเรื่องตามราวโดยไม่ได้คิดอะไร หากแต่คำพูดที่ดูจะตรงเกินไปกำลังทำให้ทงเฮทำหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย จนทำให้คนพูดต้องรีบกลับคำอย่างทันควัน

“อ่า...ขอโทษทีนะ ที่ฉันพูดตรงไปหน่อย แต่ฉันก็แค่พูดรวมๆตามประสา ที่จริงคิบอมเขาอาจจะไม่ได้อะไรกับใครแล้วก็ได้นะ  อย่าคิดมากเลย”

“อืม..ไม่เป็นไรหรอก  ฉันเข้าใจ  เพราะคิบอมเขาก็เป็นแบบนั้นมาก่อนจริงๆ นั่นแหละ  อันที่จริงฉันก็เข้าใจดีอยู่ และเดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ได้ทำตัวเหมือนเดิมแล้ว  แต่ฉันก็อดคิดมากไม่ได้นี่ หน่า...” ทงเฮพูดเสียงอ่อยผ่านใบหน้าสวยที่ดูเรียบเฉยแต่เก็บความกังวลไว้อยู่ในใจจน ดูออกได้ไม่อยากเลย

“.....”

“ฉันเองก็ไม่ได้อยากทำตัวน่ารำคาญแต่บางทีมันก็รู้สึก....”

“หึงเขางั้นสิ”

“อ่า...อืม” แม้จะเงียบไปครู่หนึ่งเพราะไม่กล้าเอ่ยออกมา แต่ฮยอกแจก็ยังดูออกจนช่วยพูดสวนขึ้นมาแล้วก็ดูเหมือนจะตรงใจ ทำให้ทงเฮพยักหน้างึกงักพลางก้มหน้ามองนิ้วชี้ของตัวเองที่เอามาจิ้มชนกัน อย่างเขินๆ จนฮยอกแจอดไม่ได้ที่จะหัวเราะชอบใจกับท่าทางเขินอายของเพื่อนรัก

“ฮ่าๆ...ทงเฮนี่นะ  เป็นแบบนี้ตลอดเลย  แล้วทำไมไม่แสดงออกให้เขารู้เล่า~  หมอนั่นจะได้แคร์ทงเฮบ้าง”

“ก็ฉัน...ทำตัวไม่ถูกนี่หน่า”

“เฮ้อ..จริงๆเลยนะ  เพื่อนฉันนี่~”

“.....”

“แต่ฉันว่านะ เรื่องแบบนี้ทงเฮต้องแสดงออกเองดีกว่า บางทีคิบอมเขาอาจอยากให้ทงเฮหึงเขาบ้างก็ได้  ไม่เห็นต้องมัวแต่เกรงใจกัน อยู่เลย  ลองพูดอยากที่อยากพูด ทำอะไรอยากที่อยากทำดูบ้างสิ”

แล้วคนเป็นเพื่อนที่พอจะรู้นิสัยทงเฮดีว่าทั้งขี้เกรงใจแถมยังขี้อายและชอบ ตามใจคิบอมไปทุกอย่าง ก็ต้องบอกสิ่งที่อยากให้ทงเฮเก็บไปคิดเพื่อความสุขของตัวเองดูบ้าง แล้วก็ดูเหมือนว่าทงเฮจะยอมรับฟังแต่โดยดี เพราะร่างเล็กกำลังพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่คลี่ออก มาทำให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นมาได้บ้าง
  


.

.

..

หลังจากที่คิบอมได้คุยกับเพื่อนซี้ทั้งสองและคิดจะปรับปรุงตัวใหม่ ตอนนี้เจ้าตัวจึงมาดักรอเพื่อหาข้อมูลของทงเฮจากเพื่อนสนิทอย่างฮยอกแจนี่ แหละ!  

เพราะว่าวันนี้ทงเฮลงเรียนเพิ่มคาบบ่ายในวิชาที่คิบอมไม่มีเรียน เขาจึงมาดักฮยอกแจอยู่ใกล้กับห้องเรียนก่อนหน้า จนเมื่อร่างบางเดินมาจึงไม่รีรอที่จะรีบเข้าไปทัก  

“นี่ๆ..ฮยอกแจ  ฉันขอคุยด้วยหน่อยสิ”

แล้วก็เป็นฮยอกแจที่งงไม่น้อยเมื่ออยู่ๆหนุ่มฮอตประจำคณะก็มาทักตนเองซะ อย่างงั้น แม้จะรู้ดีอยู่ว่าตอนนี้คิบอมคบหาอยู่กับเพื่อนรัก แต่ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้พูดคุยกันสักเท่าไหร่นี่หน่า

“ฉันเนี่ยนะ” ย้อนถามอย่างงงๆ  พลางชี้นิ้วมาที่ตัวเอง

“อืมๆ...ก็นายเป็นเพื่อนสนิทกับทงเฮนี่หน่า”

“อ่อออ..ใช่แล้วล่ะ  ว่าแต่มีอะไรล่ะ”

“คือ...ฉันมีเรื่องจะถามหน่อยน่ะ”

“อืม  ว่ามาสิ”

“คือ...นายพอจะรู้มั้ยอ่ะ ว่าทงเฮชอบคนแบบไหน?”

แล้วเมื่อได้ยินคำถามที่ออกมาจากท่าทางซีเรียสของคิบอมก็ทำเอาฮยอกแจต้องแอบ ขำ เพราะไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคิบอมจะมายืนทำหน้าเครียดรอเขาเพื่อถามเรื่องแบบ นี้เนี่ยนะ...?

“ฮ่าๆ..นี่อ่ะนะ  คือสิ่งที่นายอยากรู้” ว่าแล้วก็ย้อนถามอย่างแซวๆ จนคิบอมต้องทำหงุดหงิดและถามย้ำเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนล้อเข้าให้อีกแล้ว

“เอาน่า..บอกฉันหน่อยเหอะนะ”

“โอเคๆ  บอกก็ได้”  เมื่อเห็นท่าทางที่ดูน่าสงสารแบบนั้นฮยอกแจจึงใจอ่อนยอมพูดด้วยดีๆ ส่วนคิบอมก็ทำหน้าบานแล้วรอฟังอย่างเต็มที่

“คือ...ที่จริงทงเฮเคยบอกว่าชอบคนที่ทำอาหารเก่งๆ แล้วก็อบอุ่น ใจดี เหมือนคุณพ่อน่ะ”

“ทำอาหารเก่งๆ....เหมือนคุณพ่อ?”

“อืม  คือพ่อของทงเฮเป็นเซฟน่ะ”

“อ่อ..ไม่น่าล่ะ  ทงเฮถึงทำอาหารเก่งจัง”  คิบอมพยักหน้าแล้วพลางนึกตามไปด้วย

“ใช่แล้วล่ะ ..เอ้อ  แต่จะว่าไป....ก็ไม่เห็นตรงกับคิบอมสักอย่างเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ”  ฮยอกแจเอ่ยแซว จนทำให้คิบอมถึงกับหน้าเจื่อนลงทันที พร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

“อ๊า!  อย่ามาพูดให้ใจเสียแบบนี้สิ”

“ฮ่าๆ  ล้อเล่นหรอกน่า”  

“........”

“แต่ที่จริงแล้วเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอก เพราะคนอย่างทงเฮน่ะ ถ้ารักใครแล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอะไรหรอก ขอแค่เป็นคนดีก็พอ  ยังไงนายก็สู้ๆล่ะคิบอม ....เอาใจทงเฮเยอะๆแล้วอย่าทำตัวเหลวไหลอีกล่ะ  ไม่งั้นได้มีเรื่องกับฉัน แน่ๆ! ฮ่าๆ”

“รู้แล้วคร๊าบๆ...” แล้วเมื่อถูกเพื่อนแฟนสั่งสอนเอาแบบนั้น คิบอมจึงต้องก้มหน้ายอมรับความจริงอย่างหาข้อปฏิเสธไม่ได้  ส่วนฮยอกแจเมื่อ เห็นท่าทางที่ดูจริงจังของคิบอมก็เริ่มสบายขึ้นมาได้บ้าง ว่าทงเฮคงจะเลือกคนไม่ผิดจริงๆสินะ  แถมยังทำให้ผู้ชายร้ายกาจมาจนมุมแบบนี้ ได้อีก ช่างน่านับถือจริงๆ...




.

.

..


“เอาล่ะ!...แค่สปาเก็ตตี้เอง  เราก็ต้องทำได้สิวะ”

เมื่อรู้เป้าหมายการพิชิตใจทงเฮได้แล้ว ตอนนี้คิบอมจึงกำลังแปลงร่างเป็นพ่อครัวมือใหม่สวมผ้ากันเปื้อนลายนีโม่(ที่ ทงเฮใช้อยู่ประจำ) ยืนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางที่ดูมุ่งมั่น หากแต่ก็ไม่รู้สิ่งที่กำลังทำอยู่นั่นจะประสบความสำเร็จอย่างที่หวังหรือ เปล่า  เพราะพ่อครัวมือใหม่ดูเหมือนจะไม่ได้ถนัดกับเครื่องครัวสักเท่าไหร่ นักเลย...

“อ๊า...ทำไมน้ำกระเด็นวะ....เอ๊ย...เฮ๊ยยย....โอ๊ยยยยยยยย!!”

ร่างสูงร้องโวยวายด้วยท่าทางเก้ๆกังๆกับเครื่องครัวที่ไม่ค่อยคุ้นเคย จะหยิบจะจับทำอะไรก็ดูจะผิดไปเสียหมด จนตอนนี้ห้องครัวที่เคยสะอาดจึงเริ่มจะเละเทะมากเข้าไปทุกที...  







จนเมื่อทงเฮกลับมาถึงห้อง ร่างเล็กเปิดประตูเข้ามาตามปกติ หากแต่กลิ่นไหม้และควันที่ฟุ้งออกมาจากห้องครัวก็ทำให้เขาตกใจ ทงเฮวิ่งตรงเข้าไปในครัวด้วยท่าทางร้อนใจ แล้วก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นสภาพของคิบอมที่กำลังต่อสู้อยู่กับควันที่ ฟุ้งเต็มห้อง อีกทั้งบรรดาหม้อกระทะ ชาม ช้อน ก็วางระเกะระกะเต็มไปหมด  

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!!!”  ร่างเล็กร้องด้วยความตกใจ พลางเข้ามาช่วยคิบอมไล่ควันออกจากห้อง ส่วนคนก่อเรื่องก็ได้แต่หันมามองหน้าทงเฮอย่างสำนึกผิด

“เอ่อ..คือ...ฉันขอโทษนะ”  คิบอมพูดด้วยท่าทางหงอยๆ หากแต่ทงเฮกลับยิ้งให้บางๆโดยไม่ได้โกรธเคืองอะไร

“ฮ่าๆ...คิบอมจะพังห้องฉันหรอ?”



.

..


แล้วจากเดิมที่ตั้งใจจะทำสปาเก็ตตี้เพื่อเอาใจทงเฮก็ต้องล้มเหลวจนต้องกลาย มาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ทงเฮเป็นคนทำแล้วยกมาให้คิบอมตรงหน้าทีวีเนี่ยแหละ

“เฮ้อ...ฉันนี่มันแย่ๆจริงๆ หาเรื่องวุ่นวายมาให้ทงเฮได้ทุกวัน แค่จะทำกับข้าวยังไม่รอดเลย”

คิบอมพูดบ่นๆ ในระหว่างที่รับชามบะหมี่มาวางที่โต๊ะเตี้ยๆหน้าทีวี โดยที่เขาเองก็นั่งอยู่ที่พื้นและทงเฮก็กำลังลงมานั่งข้างๆด้วยกัน  

“ไม่เห็นจะแย่อะไรเลย  อย่าคิดมากไปน่า ฮ่าๆ”  และแม้ว่าคิบอมจะมีสีหน้าที่ดูแย่แค่ไหน แต่ทงเฮกลับหัวเราะร่า อย่างไม่ได้รู้สึกลำบากอะไร ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ต้องลงมือช่วยกันทำความสะอาดห้องครัวกันยกใหญ่กว่าจะ เสร็จก็ใช้เวลานานจนต้องทำอาหารง่ายๆมานั่งกินกันอยู่นี่เอง

“ว่าแต่...คิบอมนึกยังไงถึงลุกขึ้นมาทำกับข้าวแบบนี้ล่ะ?”  ว่าแล้วทงเฮจึง เอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทางแปลกใจ  ร่างเล็กหันมาสบตาคิบอมตาแป้วพลางขมวดคิ้ว เล็กน้อย

“เอ่อ..ก็...ฉันอยากเอาใจทงเฮบ้างนี่หน่า~” คิบอมพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ พร้อมทั้งคว้ามือบางมากุมไว้แน่น

“เอ๋?...”  แต่ทงเฮกลับทำหน้างงไม่เลิก มือเล็กอีกข้างที่ว่างยกขึ้นมาขยับแว่นด้วยท่าทางแปลกใจ พลางจ้องหน้าคิบอมไม่เลิกอย่างต้องการคำอธิบายต่อ

“ก็ฮยอกแจบอกว่าทงเฮชอบคนทำกับข้าวเก่งๆ แล้วก็อบอุ่น ใจดีเหมือนคุณพ่อ ...ฉันก็เลยอยากทำตัวให้สมกับที่ทงเฮจะชอบน่ะสิ  แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ เรื่องเอาเสียเลย  แย่จัง~”

คิบอมพูดเสียงอ่อยด้วยท่าทางอ้อนๆ พร้อมทั้งดึงคนตัวบางเข้ามากอดเอวไว้หลวมอย่างออดอ้อน คนตัวโตซุกหน้าคลอเคลียอยู่ที่ไหล่บางจนร่างเล็กเริ่มรู้สึกใบหน้าร้อนฉ่า ด้วยความเขินอายและดีใจกับสิ่งที่คิบอมเพิ่งพูดไป

“ทะ..ทำเพื่อฉันงั้นหรอ?”

“อืม...แต่ขอโทษด้วยนะ ที่มันไม่สำเร็จแถมยังทำครัวเละแบบนั้นอีก เฮ้อ..” คิบอมยังคงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ อยู่ข้างแก้มทงเฮ ทำเอาคนฟังรู้สึกจั้กจี้เต็มที แถมยังชอบใจไม่น้อยกับความทุ่มเทของคิบอมอีกต่างหาก

“ฮ่าๆ..ไม่เป็นไรหรอกน่า  แค่รู้ว่าคิบอมตั้งใจจะทำให้ ฉันก็ดีใจแล้วล่ะ.....ขอบคุณมากนะคิบอม” พูดจบก็ให้รางวัลความตั้งใจด้วยจูบเบาๆที่ข้างแก้มของคิบอม แล้วก็ทำให้อีกคนยิ้มแก้มปริ

“อ่า...งั้นเอาไว้คราวหน้าฉันจะแก้ตัวใหม่นะ”

“แล้วคราวหน้าจะทำครัวพังอีกหรือเปล่าล่ะ? ฮ่าๆ”

“ทงเฮอ่า~  อย่าล้อสิ”  แล้วเมื่อถูกทงเฮย้อนแซวแบบนั้น คิบอมจึงทำเป็นหน้ายู่อย่างอายๆ ที่ทำเรื่องน่าอายแบบนั้นไปได้

คิบอมดึงทงเฮเข้ามากอดแล้วพลางโยกตัวไปมาอย่างอ้อนๆ ในระหว่างที่ทงเฮก็อมยิ้มไปด้วยอย่างสุขใจที่รู้ว่าคิบอมทุ่มเททำอะไรให้เขา มากแบบนี้  หากแต่ด้านของคิบอมเองก็รู้สึกดีใจไม่น้อยที่ตอนนี้รู้สึกว่า ทงเฮกลับมาเป็นเหมือนเดิมหลังจากที่เมื่อวานดูจะบึ้งตึงและห่างเหินเกินไปจน เขาใจหาย เมื่อได้โอกาสร่างสูงจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น     

“ทงเฮอ่า...” เอ่ยเรียกเบาๆ ในระหว่างที่ยังโอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่น ส่วนทงเฮก็ขานรับเบาๆ

“หืม?”

“โกรธฉันหรือเปล่าเรื่องเมื่อวานนี้...”

“......”

“ยิ่งทงเฮทำเฉยๆเหมือนไม่ใส่ใจฉันยิ่งรู้สึกไม่ดีเลยนะ” ร่างสูงผละตัวออกพร้อมทั้งประคองใบหน้าหวานให้มองตาในระหว่างที่เขาพูดสิ่ง ที่ค้างคา  แววตาคนรักภายใต้แว่นใสสะท้อนให้เห็นประกายในความรู้ความกังวลใจ ที่ไม่ต่างจากเขาสักเท่าไหร่ และเหตุนี้จึงทำให้คิบอมยังไม่สบายใจนัก

“เปล่าหรอก...ไม่ได้โกรธนี่  มันก็เรื่องส่วนตัวของคิบอม”  พูดด้วยน้ำเสียง เรียบๆ แต่กลับทำเป็นเหลือบตามองไปทางอื่นทั้งๆที่คิบอมกำลังอยู่ตรงหน้าแท้ๆ  ท่า ทางอ่อนไหวเช่นนี้ยิ่งทำให้คิบอมต้องเบ้ปากอย่างรู้สึกผิดแล้ว

“บอกว่า “เปล่า” แล้วทำไมไม่มองตาฉันล่ะ”

“เอ่อ..” คำพูดสะกิดใจทำให้ทงเฮต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตาคิบอมอีกครั้ง แล้วจังหวะนี้คิบอมจึงพูดต่อ

“ฉันรู้ว่าทงเฮต้องไม่สบายใจเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ที่มีของแบบนั้นอยู่ในห้องแฟน แต่นั่นมันก็นานแล้ว เมื่อก่อนฉันอาจจะเป็นผู้ชายเหลวไหลทำตัวแย่ๆไปวันๆอย่างที่ใครพูดกัน จริงๆ  แต่ทงเฮก็รู้นี่หน่าว่าตั้งแต่เรารู้จักกันฉันก็มีแค่ทงเฮคนเดียว ถ้าไม่ได้มาขลุกอยู่ที่ห้องทงเฮฉันก็กลับไปหาครอบครัวที่บ้าน ส่วนที่คอนโดก็ไม่ได้ไปตั้งนานแล้ว...ทงเฮเชื่อใจฉันนะ”

“.....”

“ฉันจะรักทงเฮป็นคนสุดท้าย~  หยุดอยู่ที่ทงเฮไม่ไปไหนแล้วล่ะ”

คิบอมสบตาแล้วพูดด้วยท่าทางจริงจัง ทำเอาทงเฮรู้สึกใจสั่นไปด้วยกับคำสารภาพแบบนั้น มันยิ่งกว่าการเชื่อใจแต่เรียกได้ว่า.....รักจนไม่อาจต้านทานได้เลยล่ะ!


“ฉันก็เชื่อใจคิบอมมากกว่าใครๆทั้งนั้นแหละ...อย่าคิดมากไปเลยนะ  เพราะฉันก็รักคิบอมเป็นคนแรกและคนสุดท้ายเหมือนกัน”
  

ทงเฮพูดด้วยท่าทางเขินๆ ก่อนจะโอบคอร่างสูงให้โน้มตัวลงมารับจูบที่แสนจะอ่อนหวานและอ่อนโยน สัมผัสจากลิ้นร้อนที่แทรกตอบรับเข้ามาในโพรงปากเต็มไปด้วยความอบอุ่นและนุ่ม นวลจนไม่ต้องหาคำพูดอะไรมาใช้ยืนยันในความรู้สึกนี้ได้อีก...




เพราะว่า “รัก” ที่ทั้งสองคนมีให้กัน มันชัดเจนเหนือสิ่งใดๆมาทำให้สั่นคลอนลงไปได้














** ที่ตรงนี้นั้นมีแต่ความรัก ตั้งแต่วันที่เธอเข้ามา
ที่ตรงนี้นั้นไม่เหงา ไม่ต้องมีน้ำตา เมื่อฉันได้พบเธอ ก็เปลี่ยนไป

เธอทำให้โลกสวยงาม กว่าในวันนั้น เธอเปลี่ยนแปลงฉันมากมาย
เธอทำให้หัวใจเข้าใจความหมาย คำว่ารักที่แท้เป็นเช่นไร
เมื่อได้รัก รักเธอถึงเข้าใจคำคำนี้

จะรักเธอไปจนตาย ทั้งหัวใจให้เธอไปหมดแล้ว
ที่รัก เธอคือดวงใจของฉัน
จะรักเธอไปนานนานจนรักใครไม่ได้
ที่รัก ฉันรักเธอได้ยินไหม









เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ๆที่ทั้งสองต่างแสดงความรักแก่กัน จนร่างสูงผละจูบออกอย่างอ้อยอิ่งแล้วเอ่ยเบาๆที่ข้างแก้มใสด้วยท่าทางกึ่ง น้อยใจอยู่เล็กน้อย

“แล้วทีหลังทงเฮจะทำเฉยเมยกับฉันอีกนะ  ฉันรู้สึกไม่ดีเลยที่เป็นแบบ นั้น  ....ฉันกลัวถูกทิ้งนะ รู้หรือเปล่า” แล้วคำพูดที่ไม่น่าจะหลุดออกมาจากปากผู้ชายเพลย์อย่างคิบอมได้ ก็ทำเอาทงเฮต้องหัวเราะร่าออกมาอย่างชอบใจ

“ฮ่าๆ...คิดมากเกินไปแล้วนะ  คิบอมนี่~”

“อ้าว...ก็จริงนี่หน่า  ตั้งแต่เมื่อวานทงเฮก็ไม่ค่อยพูด  แถมเมื่อเช้ายังไปมหา’ลัยเองอีก”

เมื่อเห็นว่าคิบอมยังทำเป็นพูดจาหงอยๆไม่เลิก ทงเฮจึงทำหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด ที่การกระทำไปโดยไม่รู้ตัวของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายคิดไปไกลเช่นนั้น

“อ่า...ฉันทำให้คิบอมคิดมากขนาดนั้นเลยหรอ?  ขอโทษทีนะ  มันก็แค่..”

“...”

“เอ่อ...”

“เอ๊ะ!...หรือว่าทงเฮจะ “หึง” ฉัน อย่างนั้นหรอ?” เมื่อสังเกตเห็นท่าทางอ้ำๆอึ้งๆของทงเฮ คิบอมจึงเลิกคิ้วสูงแล้วพูดโพล่งขึ้นอย่างเข้าข้างตัวเองด้วยท่าทาง ร่าเริง  

“อืม...ก็ใช่น่ะสิ!” ส่วนอีกคนกลับทำก้มหน้าอย่างไม่กล้าสบตาแล้วเอ่ยเสียงเบาด้วยท่าทางเขินๆได้ อย่างน่ารักจนคิบอมฉีกยิ้มจนแก้มแทบปริ

“ห๊า...ทงเฮอ่า~   ฉันดีใจนะเนี่ย  ฮ่าๆ”  ว่าแล้วก็แสดงความดีใจจนออกนอกหน้าไม่สนใจเลยว่า อีกคนกำลังเขินอายแค่ไหน ทงเฮก้มหน้างุดแล้วพูดต่ออย่างเขินๆ

“จะบ้าหรือไง  น่าอายจะตายไป  ฉันอุตส่าห์ห้ามใจไม่ได้คิดอะไร  แต่สุดท้าย มันก็...”  คนขี้เขินพูดไปบิดไปได้อย่างน่ารัก จนคิบอมอดไม่ได้ที่จะต้องดึงเข้ามาก่อนไว้อย่างรักใคร่ด้วยท่าทางที่ดูจะ อารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง

“ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ  เอาเป็นว่าฉันเข้าใจหมดแล้วว่า  ทงเฮหึงฉัน  แล้วก็หวง ฉัน ไม่อยากให้ไปยุ่งกับใครที่ไหนใช่มั้ยล่ะ?  ฮ่าๆ ...น่ารักจัง~”
“อ่า~  อย่าล้อนะ!”

“ฮ่าๆ ...ถ้างั้นเอางี้ดีมั้ย?  ทงเฮย้ายไปอยู่ด้วยกันที่คอนโดกับฉันเถอะนะ เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แล้วทงเฮก็ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะพาคนอื่นไปที่ห้อง แถมคอนโดฉันก็อยู่ใกล้มหา’ลัยมากกว่า ไปเรียนก็สะดวกด้วย  โอเคมั้ยล่ะ”

“เอ่อ..แต่มัน...”  แม้ว่าข้อเสนอจะฟังดูดี แต่คนขี้เกรงใจอย่างทงเฮก็อดจะลังเลไม่ได้ แล้วท่าทางที่ดูลำบากใจก็ทำให้คิบอมต้องรีบพูดจายุยงต่อไป

“ทงเฮอ่า~  ฉันเอาใจขนาดนี้แล้วนะ อย่าปฎิเสธเลย ....ขืนอยู่ห่างกันบ่อยๆเดี๋ยวฉันกลับไปทำตัวแบบเดิมอีกน๊า~”  ทำเป็นพูดขู่ อย่างแกล้งๆ แล้วก็ดูเหมือนจะได้ผลเมื่อคนตัวเล็กตีแขนคิบอมเบาๆแล้วพูดเสียงดุ

“ก็ลองดูสิ!”

“ฮ่าๆ...ล้อเล่นหรอกน่า  คิบอมคนนี้ไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก  งั้นก็ตกลงเถอะนะ ..นะ..นะ~”

“อืม...ก็ได้~”

“เย้ๆ..ทงเฮของฉันน่ารักที่สุดเลย~”

แล้วในที่สุดทงเฮก็ต้องยอมใจอ่อนให้กับคิบอมจอมเจ้าเล่ห์อีกตามเคย แต่ดูเหมือนการตอบตกลงจะทำให้คิบอมดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เพราะร่างสูงกำลังทำท่าทางดี๊ด๊าแถมกอดรัดทงเฮไว้อย่างเอาใจ หากแต่ทงเฮก็ไม่ได้นึกรำคาญอีกทั้งยังจะชอบใจด้วยซ้ำไปที่คิบอมให้ความสำคัญ กับตัวเองถึงเพียงนี้







แล้วความรักของทั้งคู่ก็ค่อยๆก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง...อีกหนึ่งก้าว~












**จะรักเธอไปจนตาย ทั้งหัวใจให้เธอไปหมดแล้ว
ที่รัก เธอคือดวงใจของฉัน
จะรักเธอไปนานนานจนรักใครไม่ได้
ที่รัก ฉันรักเธอได้ยินไหม















จบตอน....  (แต่ยังไม่จบ ;P)










kimin’z  talk :  พาร์ทนี้ก็น่ารักอีกแล้วนะเนี่ย  รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เขียนเรื่องนี้ คิคิ~  ><   แถมพาร์ทนี้รู้สึกชอบมากๆด้วย  ชอบบรรดาเพื่อนคุณคิบอม จะกวนไปไหน!!! 5555555555+   เอาเป็นว่าติดตามกันต่อไปด้วยนะจ๊ะ  รักคนอ่าน จ๊วฟฟฟฟฟฟฟฟ >3<



ประกาศๆ!!  คิมินรวมเล่มฟิคสาวแว่นตามคำเรียกร้อง(ของใคร?)แล้วนะ ><
เข้าไปดูรายละเอียดกันได้เลยจ้า >>>   จิ้ม

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ   ขันน้ำ
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ

Tweet