[Fic] ll~BOY SERVICE~ll ,,,,[6]

posted on 11 Aug 2011 23:50 by kiminz in FixBoyService
 
 
 
 
BOY SERVICE  ::  6







หลังจากที่ทงเฮวิ่งหนีผีออกมาจากโรงหนังแล้ว เดทที่ควรจะหวานจึงมีอันต้องสะดุด แม้ว่าที่เป็นเช่นนั้นก็จะดูถูกใจคนแกล้งอยู่ไม่น้อยเมื่อมีโอกาสได้เห็นหัว หน้าห้องคนเก่งในมุมหลุดๆบ้าง แต่ด้วยหน้าที่ของ BoyService เมื่อปลอบกันจนทงเฮกลับมาเป็นปกติ คิบอมจึงเสนอให้เปลี่ยนสถานที่เดทออกจากห้างมาหามุมสงบๆนั่งพักผ่อนจะดีกว่า แล้วก็ดูเหมือนว่าทงเฮไม่ได้คัดค้านเสียด้วย


คลองชองเกชอนตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซลไม่ห่างจากความเจริญ ที่นี่มีมุมพักผ่อนกับบรรยากาศดีๆให้ได้นั่งผ่อนคลาย  และคิบอมก็เลือกที่จะ พาทงเฮมาโดยที่อีกฝ่ายก็ดูจะชอบใจไม่น้อย เพราะตอนนี้ร่างเล็กกำลังนั่งมองไปรอบๆตัว สายน้ำใสๆ ลมเย็นๆ กับผู้คนที่ยิ้มแย้ม กำลังทำให้ทงเฮรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยทีเดียว


“อุ๊ย~”  


ระหว่างที่กำลังนั่งเพลินๆ ร่างบางก็ต้องสะดุ้งเมื่อถูกอีกคนแกล้งเอากระป๋องน้ำอัดลมที่เย็นเฉียบมาแนบ ที่แก้มใส แล้วเมื่อหันไปมองต้นเหตุก็พบว่าคิบอมกำลังหัวเราะชอบใจ

และพอเห็นว่าทงเฮกำลังมองหน้าแล้วทำเบ้ปากพร้อมทั้งใช้หลังมือลูบแก้มเนียน ที่ยังคงมีความเย็นลงเหลืออยู่จากเมื่อครู่ที่ถูกแกล้ง คิบอมก็พอจะเข้าใจได้ดีว่าอีกคนคงกะลังงอนอยู่ไม่น้อย เขาจึงต้องทำเป็นพูดกลบเกลื่อนอย่างอารมณ์ดี


“ฮ่าๆ...ผมซื้อโค๊กมาให้ครับ  เห็นคุณนั่งเหม่อๆก็เลยล้อเล่นนิดเดียวเอง”

พูดพลางส่งกระป๋องโค๊กให้ พร้อมทั้งเตรียมจะนั่งลงข้างๆทงเฮ หากแต่พอร่างเล็กจะยื่นมือไปรับ คิบอมก็ดันแกล้งชักมือกลับมาอีกครั้ง จนทงเฮเริ่มทำคิ้วชนกันตามนิสัยคนเอาแต่ใจ ที่เปิดเผยออกมาอย่างลืมตัว

“ฮ่าๆ...ผมเปิดให้นะ” คิบอมหันไปยิ้มให้อย่างขี้เล่นแล้วทงเฮจึงกลับมามีท่าทีปกติอีกครั้ง  ร่าง สูงเปิดกระป๋องน้ำให้แล้วยื่นให้ทงเฮ  

“อืม..ขอบคุณ” ร่างบางรับมาแล้วยิ้มบางๆเป็นการตอบแทน ก่อนจะหันกลับไปมองบรรยากาศรอบๆตามเดิม หรืออีกเหตุที่ทำเช่นนั้นก็คงเพราะยังไม่ชินกับการอยู่ด้วยกันสองต่อสองกับ คิบอมล่ะมั้ง...


ยิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องก่อนหน้าที่ตัวเองทำพลาดวิ่งหนีผีจนได้เรื่อง แถมยังดีใจที่ถูกเขากอดปลอบแบบนั้น ก็ยิ่งทำให้ทงเฮรู้อายขึ้นเฉยๆ... -///-


คิบอมเปิดน้ำให้ตัวเองแล้วยกดื่ม พร้อมทั้งแอบนั่งมองคนข้างๆไปด้วย ทงเฮดูจะผ่อนคลายมากขึ้นแล้วแถมดูเหมือนอาการเขินอายเวลาอยู่ต่อหน้าเขาก็จะ ลงไปจากช่วงแรกๆที่พบกัน ลมพัดเบาๆมากระทบเส้นผมที่ปกปิดใบหน้าสวย ทำให้ร่างสูงเผลอนั่งมองทงเฮแล้วอมยิ้มไปอย่างไม่รู้ตัว  

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูจะเงียบเกินไป คิบอมจึงต้องเริ่มต้นชวนคุยเสียเอง

“คุณน่าจะบอกผมก่อนนะ ว่ากลัวผีน่ะ..ผมจะได้ไม่เลือกหนังเรื่องนั้น”  

“อ่า..ก็.....ช่างมันเถอะ  อย่าไปพูดถึงมันเลย  น่าอายจะตายไป!”  เริ่มแรก เหมือนจะแก้ตัวแต่พอจะพูดไปก็เริ่มไม่ถูก สุดท้ายคนที่เคยทำเสียฟอร์มไว้จึงเลือกที่จะไม่พูดกันเลยดีกว่า

“ฮ่าๆ...  ไม่เห็นเป็นอะไรเลย  เวลาคุณอายมันออกจะน่ารักนะ”

เมื่อพูดจบก็มีอันต้องเงียบกันไปทั้งสองฝ่าย เพราะทงเฮตกใจที่อยู่ๆอีกคนก็พูดชมมาแบบนั้น  แก้มใสเริ่มรู้สึกร้อนวูบขึ้น มาอีกครั้งเจ้าตัวจึงต้องทำเป็นยกน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อนอาการ เขินๆ  ส่วนอีกคนก็ตกใจตัวเองเช่นกันที่เผลอพูดชมอีกคนออกไปได้ยังไง...  


คิบอมกำลังนิ่งแล้วมองหน้าทงเฮที่ก้มหน้าหลบสายตาอยู่แล้วได้ใจถามใจตัวเอง ว่าเป็นอะไรไปถึงได้รู้สึกใจเต้นแปลกๆ...แถมยังรู้สึกว่าทงเฮน่ารักอย่างที่ พูดไปจริงๆด้วยสิ...



“เอ่อ...แต่ก็น่าเสียดายนะ ที่ผมทำหน้าที่แย่ไปหน่อย ทำลูกค้าผิดแผนเดทไปได้น่ะ  แย่จริงๆ!”  แล้วเมื่อเริ่มรู้ตัวก็จึงรีบหา เรื่องพูดกลบเกลื่อนอย่างแนบเนียบ

“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก ...เพราะได้มาที่นี่ก็ดีเหมือนกัน” พอเห็นท่าทางของคุณเคเช่นนั้น จึงทำให้ทงเฮต้องรับหันกลับไปพูดเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่สบายใจ  

“คุณชอบที่นี่หรอ?”  คิบอมเอ่ยถามเพราะเห็นว่าทงเฮพูดอย่างยิ้มๆในระหว่างกำลังนั่งชิลๆอยู่กับบรรยากาศดีๆตรงนี้

“อืม...ได้มานั่งมองอะไรเพลินๆก็สนุกดีเหมือนกันนี่หน่า ฮ่าๆ”  ทงเฮ พูดยิ้มๆแล้วหัวเราะเบาๆ แสดงให้เห็นว่าดูจะชอบใจมากทีเดียว แล้วมันก็เหมือนกับเป็นครั้งแรกละมั้งที่คิบอมได้เห็นทงเฮมีท่าทางสบายๆแบบ นี้น่ะ

“คุณพูดเหมือนไม่เคยมาอย่างนั้นน่ะ ฮ่าๆ”

“ก็ไม่เคยมาจริงๆน่ะสิ”  คิบอมเพียงแค่เอ่ยแซวแต่ทงเฮกลับหันมาตอบด้วยแววตาใส่ซื่อ ทำเอาอีกคนแปลกใจไม่น้อยเลย  

“ห๊า!...ไม่เคยมาเนี่ยนะ”


“อื้อ~   ที่จริง....ฉันก็ไม่ค่อยได้รู้จักที่แบบนี้เท่าไหร่หรอก ...วันๆนึงก็ไปแค่โรงเรียน แล้วกลับบ้าน.....ใช้ชีวิตน่าเบื่อไปเท่านั้น” พอพูดถึงตรงนี้ทงเฮกลับมีสีหน้าหมองลงไปอย่างชัดเจนทำเอาคิบอมอดที่จะแปลกใจ ไม่ได้  เพราะคำพูดของร่างบางราวกับว่ากำลังเก็บอะไรไว้ภายในใจมากมายอย่าง ไงอย่างงั้น..

“ทำไมคุณพูดแบบนั้นล่ะ”

“ก็มันจริงๆนี่หน่า......การใช้ชีวิตตามเส้นทางที่ถูกขีดไว้ให้เป็น มันไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครคิดหรอก!”

“.......”

“น่าอิจฉาเด็กสองคนนั้นจังนะ ...ที่มีอิสระได้ออกมาวิ่งเล่นจนเนื้อตัวมอมแมมแบบนั้นน่ะ”

ทงเฮพูดพลางมองที่ตรงหน้าที่มีเด็กผู้ชายสองคนกำลังวิ่งเล่นกันอยู่  ดู เหมือนว่าคนที่ตัวโตกว่าจะชอบแกล้ง แล้วคนตัวเล็กก็จะวิ่งไล่ เด็กน้อยทั้งสองคนจึงขลุกฝุ่นกันจนมอมแมมไปหมด ทงเฮมองภาพเหล่านั้นแล้วยิ้มบางๆให้กับมัน หากแต่แววตาเหงาๆของคนพูดกำลังสร้างความแปลกใจให้คิบอมมากมายทีเดียว  เขา มองภาพเด็กๆสลับกับทงเฮอย่างไม่เข้าใจว่าคนๆนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แล้วสิ่งที่พูดออกมาเช่นนั้นเป็นเพราะว่าในใจกำลังเก็บความอึดอัดอะไรไว้ อยู่หรือเปล่า..?


แม้จะมีหลายสิ่งที่อยากรู้ แต่คิบอมก็ไม่กล้าจะเอ่ยถามออกไปตรงๆเพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของ ลูกค้า...  เขาจึงได้แต่เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ในใจ  แล้วทำได้แค่นั่งมอง คนข้างๆอยู่อย่างนี้



“อ่า...แย่จัง!  ฉันมาพูดอะไรเพ้อเจ้อให้คุณเคฟังก็ไม่รู้เนอะ ฮ่าๆ”


เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังพูดอะไรเรื่อยเปื่อยอย่างลืมตัว จึงทำให้ทงเฮต้องหันกลับมาทำเป็นหัวเราะแก้เก้อ  เพราะทงเฮก็ไม่เข้าใจ เหมือนว่าทำไมถึงกล้าพูดแบบนี้ออกไปให้อีกคนฟังทั้งๆที่เป็นคนไม่ชอบเล่า เรื่องส่วนตัวให้ใครฟังมาก่อน  





หรืออาจจะเป็นเพราะว่า K ก็เป็นแค่คนอื่นล่ะมั้ง?
คงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องผูกมัดอะไรต่อกัน...
เพราะ K ก็ไม่ได้รู้จักนี่หน่าว่าจริงๆแล้วลูกค้าที่ชื่อฟิชคนนี้เป็นใคร?







“ไม่เป็นไรหรอกครับ ..เพราะมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ที่จะต้องคอยรับฟังลูกค้า ถ้าคุณฟิชมีเรื่องไม่สบายใจ คุยกับผมก็ได้นะครับ  ผมยินดีรับฟัง”   ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มๆผ่านแววตาที่ดูอบอุ่น จนทงเฮรู้สึกดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

“ขอบคุณนะฮะ”
ร่างบางเอ่ยอย่างยิ้มๆ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการที่ตัวเองอยากรู้อยากเห็นจนได้มารู้จักกับ K แบบนี้ ....ก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน ที่อย่างน้อยก็มีหนึ่งคนที่คุยด้วยได้โดยที่ไม่ต้องแคร์อะไร เพราะพอจบงานต่างฝ่ายก็กลายเป็นแค่คนอื่นไป..


ระหว่างที่ต่างฝ่ายต่างก็กำลังสบตาแล้วคิดอะไรในใจอยู่นั้น  เสียงโทรศัพท์ ทงเฮก็ดังเตือนขึ้นทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งจนต้องรีบค